วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552

ผู้เอ๋ยผู้ใหญ่ดีต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน...ท่องให้เด็กเห็นกันหน่อยเนื่องในวันเด็ก

เมื่อตอนเป็นเด็กเรียนหนังสือคุณครูให้ท่องประจำตอนเข้าเรียนและจะเลิกเรียน
เด็กเอ๋ยเด็นน้อย ความรู้เรายังด่อยเร่งศึกษา
เมื่อเติบใหญ่เราจะได้มีวิชา เป็นเครื่องหาเลี้ยงชีพสำหรับตน
ได้ประโยชน์หลายสถานเพราะการเรียน จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล
ถึงลำบากตรากตรำก็จำทน เกิดเป็นคนควรหมั่นขยันเอย
...(ไม่แบมือขอเขากิน)

และเด็กเอ๋ยเด็กดีต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน
1.นับถือศาสนา
2. รักษาธรรมเนียมมั่น
3. เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์
4. วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน
5. ยึดมั่นกตัญญู
6. เป็นผู้รู้รักการงาน
7. ต้องศึกษาให้เชี่ยวาญ ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจ ไม่ค้าน
8. รู้จักออมประหยัด
9. ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล
น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
10. ทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา
เด็กสมัยชาติพัฒนาต้องเป็นเด็กที่พาชาติไทย เจริญ


ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเราบังคับให้เด็กท่องอย่างเดียวหรือไม่จึงมีเด็กซิ่งเด็กแว้นเต็มเมืองโดยไม่ได้อธิบายให้เด็กได้ทราบในสิ่งที่ท่องนั้น
ขณะเดียวกันเราคิดกันแต่เพียงให้เด็กท่องเท่านั้นหรือแล้วผู้ใหญ่หละจะไม่ท่องกันบ้างหรือ ท่องในที่นี้ก็คงหมายถึงการทำให้เป็นตัวอย่างกับเด็ก ในเมื่อผู้ใหญ่ไม่เป็นตัวอย่างที่ดีแล้วเด็กจะหาแบบอย่างจากที่ไหน

1. นับถือศาสนา (เราสักว่าแต่นับถือตามทะเบียบบ้านหรือไม่)
2. รักษาธรรมเนียมมั่น (เอาเพียงยี้สยามก็น่าจะเพียงพอแล้วในยุคนี้)
3. เชื่อพ่อแม่ครูอาจารย์ (เป็นตัวอย่างที่ดีไม่มีพฤติกรรมอึบเด็กลูกศิษย์
4. วาจานั้นต้องสุภาพอ่อนหวาน (มีบ้างมะโดยเฉพาะการปราศรัยในม็อบและการหาเสียง
5. ยึดมั่นกตัญญู (อันนี้ก็มีการกล่าวหากันอยู่)
6. เป็นผู้รู้รักการงาน (อันนี้ก็คงเป็นคนขยันแล้วจะไม่ตกงานแบมือขอประชานิยมกิน)
7. ต้องศึกษาให้เชี่ยวาญ ต้องมานะบากบั่น ไม่เกียจ ไม่ค้าน (ต้องเรียนตลอดชีวิต)
8. รู้จักออมประหยัด (มีรายได้แล้วแบ่งเป็นสี่ส่วน)
9. ต้องซื่อสัตย์ตลอดกาล (สัจจวาจามีกันบ้างมะ)
น้ำใจนักกีฬากล้าหาญ (อันนี้ก็หายากวงการเมือง ไม่รู้จักแพ้และอภัย) ให้เหมาะกับกาลสมัยชาติพัฒนา
10. ทำตนให้เป็นประโยชน์ รู้บาปบุญคุณโทษ สมบัติชาติต้องรักษา (ทุกวันนี้มีข่าวโกงชาติเอาชาติไปขาย ทำลายสมบัติชาติโดยเฉพาะคอรัปชั่นกันทุกวัน)
เด็กสมัยชาติพัฒนาต้องเป็นเด็กที่พาชาติไทย เจริญ (ผู้ใหญ่ที่เป็นตัวอย่างที่ดีอยู่แล้วก็ต้องขออนุโมทนาบุญด้วย


mhanation.net

รายงาน

สถาบันเหล็กฯระดมสมองผ่าวิกฤตินำเข้าเหล็ก 5 แสนล้าน

นายวิกรม วัชระคุปต์ ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทยเปิดเผยว่า ในวันที่21 มกราคมนี้จะมีการสัมมนาหัวข้อเหล็กไทยสร้างไทยก้าวแรกฝ่าวิกฤติ 5 แสนล้าน ที่ศูนยประชุมแห่งชาติสิริกิติ์โดยนายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมร่วมเป็นประธานสัมมนาและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาทิ

นายดำริ สุโขธนังปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์และนายวิน วิริยะประไพกิจ กรรมการเครือสหวิริยาร่วมระดมความคิดเห็นนายสุพจน์ ส่งเสียง แกนนำกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง ซึ่งคัดค้านโครงการโรงถลุงเหล็ก อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ 6 แกนนำพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมจ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้เตรียมความพร้อมในการแสดงความเห็น ในเวทีสัมมนาดังกล่าวด้วย

ขณะที่ความคืบหน้ากรณี 6 แกนนำพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อมจะเคลื่อนไหวในช่วงการประชุมอาเซียนซัมมิทที่ อ.หัวหิน เพื่อให้ตัวแทนอาเซียนและสื่อมวลชนนานาชาติเห็นความล้มเหลวของภาครัฐในการพัฒนาอุตสาหกรรมซึ่งก่อผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมนั้น มีรายงานข่าวแจ้งว่า กระทรวงระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่งไปยังผวจ.และนายอำเภอในพื้นที่ให้จัดเตรียมแผนเพื่อป้องกันเหตุร้ายและชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มมวลชนต่างๆ เพื่อขอให้ระงับการชุมนุมประท้วงในพื้นที่ อ.หัวหินในช่วงระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิท

นายสุวรรณ ทองกลอย ที่ปรึกษาคณะกรรมการหมู่ 8 ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน กล่าวว่า อยากให้คนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาไกล่เกลี่ยสร้างความเข้าใจกับชาวบ้านกลุ่มคัดค้าน เพราะไม่ต้องการให้เป็นเงื่อนไขซ้ำเติมความบอบช้ำของประเทศ

วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2552

"เหลิม"อยากเป็นนายกฯต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ดีเสียก่อน

วันที่ 6 มกราคม สารวัตรเฉลิม อยู่บำรุง ได้ควงหนุ่ม "โอ๊ค"พานทองแท้ บุตรชายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปช่วยผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.อุดรธานี ที่ศูนย์โอท็อป ริมถนนอุดร-สกล อ.หนองหาน จ.อุดรธานี แบบไม่แสดงตัว
สารวัตรเฉลิม ได้ปราศรัยตามสไตล์โจมตีรัฐบาล"มาร์ค"อภิสิทธ์ ลักษณะแผ่นเสียงตกร่องลอกนโยบาย"แม้ว"ทักษิณ เป็นรัฐบาลที่ตั้งขึ้นมาอย่างไม่ถูกต้องไม่สวยงาม (แล้วรัฐบาลทาแป้งหว่า) พร้อมกับลั่นพร้อมจะเป็นนายกรัฐมนตรี
"ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยนึกอยากที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด แต่มาถึงเวลานี้ผมขอเป็นนายกรัฐมนตรี และก็จะให้ดำเนินการให้คดีทุกที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติ ก็จะขอให้มีการนิรโทษกรรมทุกคดี รวมทั้งคดีที่ยังไม่ได้มีการตัดสินอีกด้วย และจะดำเนินการนำเอาตัวของ พ.ต.ท. ทักษิณ กลับประเทศไทย ซึ่งหลังจากนั้นเมื่อมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ก็จะส่งมอบตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ อีกครั้งหนึ่ง”
ทำให้รู้ว่าตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้ใครๆก็อยากเป็นนะ ตรงกันข้ามกับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร์ดูเหมือนจะไม่มีใครอยากเป็น เพราะตอนนี้ฝ่ายค้านที่มีพรรคเพื่อไทย (หรือเพื่อใครหว่า) ก็ยังหาตัวไม่ได้ มีคนเสนอให้สารวัตรเฉลิมเป็นเจ้าตัวก็ปฏิเสธอพัลวัน
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าผู้นำฝ่ายค้านนี้ไม่ดีตรงไหนหรือว่าตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านเป็นแล้วจะไม่มีคนโจมตีว่า "โกงชาติ ซุกหุ้นโดยสุจริต ขายหุ้นไม่เสียภาษีแม้นแต่บาทเดียว ก็ยังไม่คนยกย่องว่าดีหรือว่ายกย่องเพราะเงินหว่า"...อิอิ
ก็ขอบอกว่าสารวัตรเฉลิมคิดจะเป็นนายกฯก็ขอให้เป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ดีมีน้ำใจนักกีฬา อย่าเลียนแบบพวกข้างถนน เด็กซิ่งป่วนเมือง ทำให้ดูก่อนก็แล้วกันเมื่อเป็นแล้วถึงจะเรียกท่านนายกฯได้เต็มปาก ไม่ใช่เพราะให้เกียรติในตำแหน่งเพราะเป็นนายกฯไทย

ลิ้วล้อทักษิณปากรักชาติประชาธิปไตยพฤติกรรมขวางหาเสียงจัดประชุมอาเซียน

กลุ่มคนที่นิยมชมชอบในคนชื่อทักษิณต่างก็บอกว่ารักชาติและรักยึดมั่นในรัหลักประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมที่แสดงออกอย่างเช่นการขัดขวางการทำหน้าที่ของผู้แทนในอาคารรัฐสภา การขัดขวางการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมตามพื้นที่ต่างๆ เริ่มตั้งแต่เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ปทุมธานี และราชบุรี อยู่ขณะนี้ มีการโห่ไล่ขว้างปาสิ่งของเข้าใส่

การหาเสียงเป็นกระบวนการหนึ่งของระบอบประชาธิปไตยใช่หรือไม่แล้วคัดค้านทำไม แบบนี้จะเรียกว่ารักประชาธิปไตยได้อย่างไร หากจะคิดว่าไม่ชอบหรือไม่เห็นด้วยกับบุคคลก็ควรที่จะแสดงออกด้วยวิธีการอื่นที่วิญญูชนหรือารยะประเทศเขาทำกัน

ขณะเดียวกันกลุ่มคนที่นิยมชมชอบในคนชื่อทักษิณต่างก็บอกว่า "รักชาติ" แต่พฤติกรรมการประกาศที่จะขัดขว้างรัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำอาเซียน โดยอ้างว่ารัฐบาลเข้ามาด้วยความไม่ชอบธรรม แต่ก็ไม่ได้อธิบายให้ชัดว่าไม่ชอบธรรมอย่างไร หากจะบอกว่าไม่ชอบธรรมโดยไม่มีเหตุผลแล้วจะกล่าวหารัฐบาลชุดที่ผ่านมาไม่ชอบธรรมบ้างก็ได้ใช่หรือไม่

ดังนั้นต้องอธิบายให้ชัดหลักธรรมข้อไหน ศีลข้อใด จะพูดเพียงว่าไม่ชอบธรรมชาวต่างชาติเขาไม่ฟังหรอก แล้วทำไมไม่แก่ต่างชาวต่างชาติที่เขาประณามรัฐบาลชุดที่แล้วบ้างว่ามีการคอรัปชั่น เพราะสำนักข่าวต่างประเทศที่เขาพูดถึงรัฐบาลภายใต้การนำหรือบงการของคนชื่อทักษิณแล้วเขาจะมองว่ามีกาาคอรัปชั่นเสมอๆๆ

การเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำอาเซียนเป็นผลประโยชน์ของชาติ คนในชาตินี้ต้องให้การสนับสนุนใช่หรือไม่ หากมีการแสดงความคัดค้านแล้วจะเรียกว่ารักชาติได้อย่างไร ยิ่งจะมีการลอบบี้ประเทศที่เป็นสมาชิกด้วยแล้ว จะไม่ใช่เป็นการประจานตัวเองหรือ แล้วไม่อายเขาหรืออย่างไร ประเทศอื่นเขาคงนั่งหัวเราะโดยเฉพาะเขมรที่มีข้อพิพาษกับไทยอยู่ การทำเช่นนี้จะไม่เรียกว่าไส้สึกแล้วจะเรียกว่าอะไร สาเหตุที่ไทยเสียกรุงก็เพราะมีคนเป็นไส้ศึกไม่ใช่หรือ คนพวกนี้ไม่เรียกว่า"หนักแผ่นดิน"ก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรแล้ว

ได้เขียนมาเสมอว่านักการเมืองและคนไทยไม่มีการขีดวงในการแสดงออกระหว่างผลประโยชน์ของชาติและประโยชน์ส่วนตน มักจะมีการเหมารวมกันไปหมด เมื่อไรเราจะมีการแบ่งแยกของปัญหาในวงการสนทนาในพฤติกรรมการกระทำ แบบนี้ประเทศจะเจริญได้อย่างไร โดยเฉพาะความเจริญทางความคิด ก็เพราะโง่อยู่จึงถูกคนที่ต้องการผลประโยชน์จูงจมูกโดยเอาประชานิยมล่อ

วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2552

จุดแข็ง-จุดอ่อน ๑๒ ราศี

--------------------------------------------------------------------------------

ราศีมังกร (22 ธันวาคม – 19 มกราคม)

จุดแข็ง
1.อ่านคนเก่ง มีลางสังหรณ์แม่นยำ
2.วางตัวดี ยากที่ใครอ่านออก
3.มีอารมณ์ขัน มีวาทศิลป์
4..มีความนอบน้อมถ่อมเคารพผู้อาวุโส
5.มีความซื่อตรงและยุติธรรม
6.รอบคอบ ละเอียดอ่อน
7.ใจบุญสุนทาน มีความรอบรู้ รักพ่อแม่พี่น้องมาก
8.เข้มแข็งแกร่งกล้า แม้จะเป็นคนอ่อนไหวง่าย

จุดอ่อน
1.เจ็บปวดง่าย ยากจะลืมเลือนหรือให้อภัยคนที่ทำร้ายตน
2.ชอบผูกมิตรกับคนแต่ไม่ชอบคบใครจริงจัง
3.ชอบแสดงความสดใสร่าเริง ทั้งที่ในใจรู้สึกโดดเดี่ยว
4.ทนไม่ได้กับการวิพากษ์วิจารณ์หรือการดูถูก
5.ยึดมั่นในหน้าที่ จนไม่มีเวลาใช้ชีวิตแบบที่ปารถนา
6.ใช้จ่ายเงินเก่ง
7.เชื่อว่าตนเองถูกเสมอ



ราศีกุมภ์ (20 มกราคม – 18 กุมภาพันธ์)

จุดแข็ง
1.มีความเป็นเพื่อนให้ทุกคนอย่างไม่เลือก
2.ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจน มีจุดยืนที่มั่นคง
3.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ไม่เคยดับมอด
4..เด็ดเดี่ยว ไม่ท้อแท้
5.กล้าได้กล้าเสีย แก้ปัญหาเก่ง ไม่ตื่นตกใจง่าย
6.รู้จักกาลเทศะ
7.สร้างจุดสนใจได้ดีเสมอ สร้างความประทับใจให้กับทุกคน
8.สุขุมเยือกเย็น ไม่เคยทำอะไรสะเพร่า

จุดอ่อน
1.ต่อต้านกฎเกณฑ์อย่างจริงจัง จนบางครั้งก้าวร้าว
2.ไม่ลงให้ใครง่ายๆ
3.ไม่แสดงความคิดเห็นของตน แต่เก็บเกี่ยวความคิดของผู้อื่น
4.ชอบเสี่ยง ทั้งที่ไม่มีความมั่นใจเลย
5.ไม่ทนกับคนที่ตนคิดว่าไรสาระ
6.ไม่ชอบแสดงออกทางอารมณ์ แม้แต่จะทำสิ่งที่ดีๆให้กับคนที่ตนรัก
7.คาดหวังสูงกับความเป็นคนมีเสน่ห์และเป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง
8.ชอบคิด ชอบวางแผน แต่ไม่ชอบลงมือทำ


ราศีมีน (19 กุมภาพันธ์ – 20 มีนาคม)

จุดแข็ง
1.สามารถดึงเอาความเพ้อฝันมาใช้สร้างสรรค์ได้
2.ปรับตัวได้ดี รู้จักรอมชอม แม้จะฝืนใจตนเองบ้าง
3.วางตัวดี รู้จักพูดจา เป็นผู้ฟังที่ดี
4.ยินดีให้ความร่วมมือกับผู้อื่นแม้จะไม่เห็นชอบด้วยก็ตาม
5..ไม่เรียกร้องความโดดเด่น ไม่ยึดติดว่าตนต้องเป็นผู้นำ
6.มีความอดทน มีศักยภาพที่ไขว้คว้าความสำเร็จ
7.ฉลาดและรู้จักใช้โอกาส

จุดอ่อน
1.อารมณ์เปราะบาง
2.สับสนและเครียดได้สูงเพียงเพราะอารมณ์อ่อนไหวของตน
3.ไม่กล้าทำในสิ่งที่ลึกๆปรารถนา
4.ชอบหลอกตัวเองไม่ยอมรับความจริง
5.พอใจที่จะอยู่ในโลกแห่งจินตนาการมากกว่าโลกแห่งความจริง
6.ชอบหนีปัญหาของตนเอง ทั้งที่สามารถให้คำแนะนำในการแก้ปัญหาของผู้อื่นได้
7.ไม่ชอบงานหนักหรือภาวะที่บังคับให้ต้องรับผิดชอบสูง
8.ขาดมุ่งมั่นเอาจริงเอาจังกับชีวิต


ราศีเมษ (21 มีนาคม – 19 เมษายน)

จุดแข็ง
1.มีกำลังใจเข้มแข็ง ไม่ท้อถอยง่ายๆ
2.มีน้ำใจไมตรีต่อคนรอบข้าง
3.รู้จักสร้างความสดชื่นรื่นรมย์อยู่เสมอ
4.เป็นผู้นำที่ดี มีความยุติธรรมและซื่อตรงสูง
5.มีความคิดริเริ่มรักอิสระ
6.วางจุดหมายของตัวเองไว้ทุกระยะ
7.สนใจใฝ่รู้ มุ่งไปที่ความสำเร็จมากกว่าเงิน
8.กล้าสู้ปัญหา ยอมรับความกดดันได้ดี

จุดอ่อน
1.เชื่อแต่ความคิดและมุมมองของตนเอง
2.หลงตนเองต้องการเป็นหนึ่งเสมอ
3.อยากควบคุมความคิดคนอื่น เผด็จการพอตัว
4.บางครั้งก้าวร้าวและไม่ใคร่ตรองให้ลึกซึ้ง
5.อ่านคนไม่เก่ง แต่ชอบแข่งขันและชอบเอาชนะ
6.กลังคนไม่ยอมรับ
7.เก็บเงินไม่เก่ง
8.ไม่ค่อยอดทนไม่ชอบอยู่กับความซ้ำซากเป็นเวลานาน


ราศีพฤษภ (20 เมษายน – 20 พฤษภาคม)

จุดแข็ง
1.มีความบากบั่นสูง ยากที่จะยอมแพ้หรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนของตนเอง
2.เป็นคนมีจิตใจดี ให้เกียรติให้ความสำคัญแก่คนอื่นเสมอ
3.เป็นคนจริงใจ รักมั่นคง รักครอบครัวรักเพื่อน อย่างแท้จริง
4.สามารถเก็บความรู้สึกเกรี้ยวกราดไว้ได้ ยากที่จะแสดงออกว่าไม่พอใจใคร
5.สามารถจัดการชีวิตให้มีระเบียบวินัยอย่างพอเหมาะ
6.เป็นคนมีเหตุผล พูดจริง ทำจริง และไม่ไข่คว้าในสิ่งที่เกินตัว
7.มักไตร่ตรองให้รอบครอบอยู่เสมอ
8.เป็นคนสุภาพนอบน้อม ไม่ใจร้อนวู่วาม

จุดอ่อน
1.คิดและทำอะไรช้า
2.อยากทำตามความคิดตนมากกว่าจะเปลี่ยนแปลงเพราะฟังคนอื่น
3.โกธรได้ง่าย แต่หายยาก
4.ยอมทุ่มเทเงินทองให้กับสิ่งที่ชอบ
5.เจ้าระเบียบ ไม่ชอบให้ใครยุ่งกับคนของตน
6.ไม่ชอบที่จะให้เพื่อนพ้อง พี่น้องชื่นชมใครไปกว่าตน


ราศีเมถุน (21 พฤษภาคม – 20 มิถุนายน)

จุดแข็ง
1.มีความสดใสร่าเริง และมีอารมณ์ขันเสมอ
2.ช่างคิด ช่างสังเกต
3.ฉลาดคิดเร็วตัดสินใจเร็ว และไม่ชอบหยุดนิ่ง
4.ไหวพริบดี สามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง
5.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มีความสามารถในการวางแผน
6.รักการเรียนรู้ สนุกที่จะหาประสบการณ์ ไม่กลัวการเปลี่ยนแปลง
7.สามารถให้ความช่วยเหลือ คำปรึกษา คำแนะนำแก่คนรอบข้างได้
8..เก็บความรู้สึกดี มักไม่แสดงความรู้สึกโกธรออกมา

จุดอ่อน
1.ขาดความมุ่งมั่นและไม่อดทนไม่มีความหนักแน่น
2.ไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตน
3.เป็นคนเบื่อง่าย ขาดความจริงจังทั้งที่เป็นคนมีความทะยาน
4.แม้จะเป็นคนคิดการณ์ไกล แต่ไม่ชอบที่จะทำ มักวางมือเสียง่ายๆ
5.กล้าคิด กล้าทำแต่จริงๆแล้วขาดความรอบครอบ
6.ไม่ตรงต่อเวลานัก ไม่ต้องการความรับผิดชอบสูง
7.ขาดพลังในการควบคุมตน


ราศีกรกฎ (21 มิถุนายน – 22 กรกฎาคม)

จุดแข็ง
1.เป็นคนมีจิตใจดี ไม่เคยคิดเบียดเบียนทำร้ายใคร
2.สนใจเรื่องแสวงหาความมั่นคงในชีวิตความสำเร็จและความก้าวหน้ามากกว่าปล่อยชีวิตไปเรื่อยๆ
3.รักบ้าน รักครอบครัว รักเพื่อน
4.มีความจำดี มีความรับผิดชอบสูง
5.ขยันขันแข็ง ไม่เหลวไหล
6.ยอมรับระบบระเบียบและกฎเกณฑ์ที่ถูกต้อง
7.ยืดหยัดตามลำพังได้ด้วยตัวของตัวเองหากต้องเผชิญกับปัญหา
8.มีความละเมียดละไม ใฝ่หาความสุนทรีในชีวิต

จุดอ่อน
1.อ่อนไหวเกินไป เจ็บปวดง่าย เจ้าอารมณ์
2.ขาดเหตุผลเข้มงวดกับคนใกล้ตัวเกินไป
3.ช่างหวาดระแวงและวิตกกังวลเกินควร
4.บางครั้งก้าวร้าวเพราะยึดมั่นในความคิดของตนเกินไป
5.ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ทั้งที่ไม่คิดจะทำร้ายใครเลย
6.ไม่มีความกล้าได้กล้าเสี่ยงเท่าใด
7.มักมองโลกในแง่ร้ายและตัดสินใจเรื่องราวในแง่ลบเสมอ


ราศีสิงห์ (23 กรกฎาคม – 22 สิงหาคม)

จุดแข็ง
1.เป็นคนใจกว้างและมีน้ำใจ
2.ไม่ดึงตัวเองลงไปในความเครียด รู้จักสร้างความรื่นรมย์ให้ตนเองและคนรอบข้าง
3.เป็นคนที่มีระเบียบในการใช้ชีวิต
4.มีความทะเยอทะยานมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจน
5.มีความมั่นอกมั่นใจและเป็นตัวเองสูง
6.มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ กล้าพูดกล้าทำ กล้าเสี่ยง
7.ไม่หวาดกลัวต่อการเปลี่ยนแปลง
8.ไม่ยอมล้มเหลวหรือพ่ายแพ้

จุดอ่อน
1.บางครั้งทระนงจนไม่ยอมขอโทษ ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด
2.ชอบให้ทุกคนยกย่อง เอาอกเอาใจ ต้องการการยอมรับมากไป
3.ให้ความสำคัญกับการเที่ยวเตร่มากกว่าการมุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง
4.การเลือกคบคมมากเกินไปจนดูเหมือนดูถูกคนที่ต้อยต่ำกว่า
5.ชอบโอ้อวดและหน้าใหญ่ในบางครั้ง
6.วู่วามใจร้อนไร้เหตุผล
7.มักเห็นแก่ความต้องการของตนเป็นใหญ่เสมอ
8.กล้าคิดกล้าตัดสินใจแต่ขาดความรอบครอบ


ราศีกันย์ (23 สิงหาคม – 22 กันยายน)

จุดแข็ง
1.ซื่อสัตย์ภัคดี มีความตั้งใจจริงไม่เอาเปรียบใคร
2.มีความรับผิดชอบสูง ความตั้งใจสูง
3.ยินดีช่วยเหลือผู้อื่น รู้จักออมเงิน
4..เก่งกาจในการติดต่อสื่อสาร การคิด การวิเคราะห์และการเก็บรายละเอียด
5.สามารถปรับตัวได้ไม่เบื่อหน่ายมีความอดทนสูง
6.เก่งด้านการจัดการ มีมาตรฐานในชีวิต
7.มีความทะเยอทะยานมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจน

จุดอ่อน
1.ไม่เชื่อถือและไม่วางใจใครเหมือนกับที่คนอื่นวางใจตน
2.เข้มงวด เจ้าระเบียบ จุกจิกจู้จี้
3.มีความบากบั่นสูงแต่บางครั้งก็ดันทุรังโดยไร้เหตุผล
4.ด้วยความสามารถในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ ทำให้บ่อยครั้งช่างตำหนิติเตียนผู้คน
5.มักมีลับลมคมนัยเก็บความรู้สึกและความคิดที่แท้จริงของตนไว้ไม่แสดงออกมา
6.มักหวังสิ่งตอบแทนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
7.เป็นคนเอาใจยาก


ราศีตุลย์ (23 กันยายน – 22 ตุลาคม)

จุดแข็ง
1.มีมาตรฐานในการใช้ชีวิตของตนเอง รู้จักวางเป้าหมายและวางแผนอยุ่เสมอ
2.ดูแลชีวิตตนเองให้มีความสุขเสมอ
3.มีวาทศิลป์ มีคารมคมคาย รู้จักการเจรจาต่อรองได้เยี่ยม
4.ไม่ทำตัวขวางโลก
5.มีความเป็นผู้นำ
6.อ่อนโยน แคร์ความรู้สึกของผู้อื่น
7.มนุษย์พันธ์ดีเยี่ยม ค่อนข้างซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกตนเอง

จุดอ่อน
1.การตัดสินใจไม่เด็ดขาดเพราะมักเกิดการโลเล ไม่มั่นใจในตนเอง
2.ปรารถนาความเป็นหนึ่งมากจนเกินไป บางครั้งอาจผิดหวังและอิจฉาผู้อื่นได้
3.บางครั้งสุขุมเกินไปจนดูเหมือนเป็นคนเฉื่อยช้า
4.ยึดถือความถูกต้องเป็นใหญ่จนไม่ประนีประนอมให้เกิดความยืดหยุ่นบาง
5.มีความอ่อนไหวน้อยใจมากพอๆกับความยโส


ราศีพิจิก (23 ตุลาคม – 21 พฤษจิกายน)

จุดแข็ง
1.เป็นคนมีระเบียบวินัยและวางมาตรฐานให้กับชีวิตของตนอย่างเคร่งครัด
2.ไม่ชอบให้ใครเข้ามาในโลกส่วนตัวของตนเอง
3.มีความทรงจำเยี่ยม มีสมาธิดี มีความรับผิดชอบ
4.มีน้ำใจไมตรี ยินดีช่วยเหลือผู้อื่น ไม่ชอบการประจบ
5.เป็นคมมีไหวพริบ
6.รู้จักใช้เวลาอย่างเป็นประโยชน์ที่สุด
7.มีจุดยืนและเป้าหมายเด่นชัด

จุดอ่อน
1.ค่อนข้างเข้มงวดกับตนเองและคนอื่นมากไป
2.บางครั้งดูหมิ่นผู้อื่นอยู่ในใจและยากที่จะไว้ใจใคร
3.โมโหร้าย หวาดระแวง ยากที่จะประนีประนอม
4.แม้จะไม่ทำร้ายใครก่อน แต่ก็มักจะตอบโต้ด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงอย่างจริงจัง
5.สามารถที่จะลืมความอ่อนโยนกลายเป็นคนก้าวร้าวได้ถ้าไม่พอใจ


ราศีธนู (22 พฤศจิกายน – 21 ธันวาคม)

จุดแข็ง
1.มีแนวคิดที่ชัดเจน มีหลักปรัชญาในการดูแลชีวิต
2.มีอารมณ์ขันเสมอ ไม่เครียดง่าย
3.ปรับตัวได้ดีมองการณ์ไกล
4.กล้าเผชิญกับสิ่งแปลกใหม่เสมอ
5.เข้าใจและเห็นใจผู้อื่น
6.ตรงไปตรงมาไม่มีเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิง

จุดอ่อน
1.เก่งหลายอย่างแต่ไม่มุ่งมั่นซะอย่าง
2.มักเปรียบเทียบตนกับผู้อื่นจนท้อ
3.ตัดสินใจไม่เด็ดขาด ไม่เก่งเรื่องวางแผน
4.เก็บเงินไม่เก่ง
5.ทนไม่ได้หากถูกมองว่าไม่ชื้อ จะก้าวร้าวถ้าไม่ได้ดั่งใจ
6.บางครั้งใจแคบ ไม่รู้จักกาลเทศะ
7.ไว้ใจคนง่าย ชอบโต้คารม ชอบอวดความคิดตน
8.แม้ปัญญาดีแต่ขาดไหวพริบ

ฝ่ายค้านไทยยุคใหม่เก่งนอกสภาไม่ต่างอะไรกับสุนัขข้างถนน

ฝ่ายค้านภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยได้กำหนดที่จะเปิดอภิปรายนโยบายรัฐบาลนอกสภาในวันที่ 5 มกราคมนี้แล้ว โดยเป็นการสัมนาอภิปรายนอกสภาของพรรคฝ่ายค้าน วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาล โดยอ้างว่ารัฐบาลไม่ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา แต่กลับไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านไม่ได้ร่วมประชุมด้วย เพราะไม่เห็นด้วยกับวิธีการ ซึ่งเนื้อหาจะเป็นอย่างไรขอให้ติดตามเอาเอง

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีก็บอกว่า ไม่ห่วง เพราะจะในหรือนอกสภา ถ้ามีข้อสงสัย ก็สามารถที่จะตั้งข้อสังเกตุ สอบถามได้ เราก็มีหน้าที่ที่จะต้องรับการตรวจสอบ และชี้แจง ถ้ามีเรื่องอะไรที่เห็นไม่ตรงกัน เขาก็มีสิทธิที่จะแสดงออกได้

คงจะจำกันได้ว่าเป็นเพราะอะไรรัฐบาลถึงไม่สามารถที่จะแถลงนโยบายที่อาคารรัฐสภาได้จึงย้ายไปแถลงที่กระทรวงการต่างประเทศ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านเองก็บอกว่าจะเข้าร่วมแต่เอาเข้าจริงๆก็ไม่ร่วม เมื่อมีเวทีไม่ใช่กลับไปใช่ข้างถนน ก็ไม่ต่างอะไรกับสุนัขข้างถนนในที่สุดก็จนตรอกจะบอกว่าเป็นหมาเฝ้าบ้านได้อย่างไร

เมื่อเป็นนักมวยแต่ไม่ต่อยบนเวทีกลับไปต่อยข้างเวทีแบบนี้เขาไม่เรียกวิถีคนกล้าคงไม่ต่างอะไรกับอันธพาลหรือเด็กซิ่งป่วนเมือง ปากก็บอกว่ารักประชาธิปไตยยืนอยู่บนหลักของประชาธิปไตยคงประชาธิปไตยแต่ปากหรือตีความเข้าข้างตนเอง นี้หรือนักการเมืองที่ดีไร้ซึ่งกฏ กติกาหรือมารยาท มุ่งแต่ชนะกันโดยไม่รู้จักการให้อภัย

วันเสาร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2552

หงส์ชนะเปรสตัน2-0เข้ารอบ4เอฟเอ คัพ

ผลฟุตบอลเอฟเอคัพอังกฤษรอบ 3
Hartlepool U. 2 - 0 Stoke C.

FT Arsenal 3 - 1 Plymouth Argyle

Postp. Birmingham C. ? - ? Wolverhampton W.

FT Cardiff C. 2 - 0 Reading

FT Charlton Athletic 1 - 1 Norwich C.

FT Chelsea 1 - 1 Southend U.

Postp. Cheltenham ? - ? Doncaster R.

FT Coventry C. 2 - 0 Kidderminster

FT Forest Green 3 - 4 Derby County

Postp. Histon ? - ? Swansea C.

FT Hull C. 0 - 0 Newcastle U.

FT Ipswich T. 3 - 0 Chesterfield

FT Kettering 2 - 1 Eastwood Town

FT Leicester C. 0 - 0 Crystal Palace

Postp. Leyton Orient ? - ? Sheffield U.

FT Macclesfield T. 0 - 1 Everton

FT Manchester C. 0 - 3 Nottingham F.

FT Middlesbrough 2 - 1 Barrow

FT Millwall 2 - 2 Crewe Alexandra

FT Portsmouth 0 - 0 Bristol C.

FT Queens Park R. 0 - 0 Burnley

FT Sheffield W. 1 - 2 Fulham

FT Sunderland 2 - 1 Bolton W.

FT Torquay U. 1 - 0 Blackpool

FT Watford 1 - 0 Scunthorpe U.

FT West Bromwich A. 1 - 1 Peterborough U.

FT West Ham U. 3 - 0 Barnsley

FT Preston North End 0 - 2 Liverpool